วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา (TSU-MDC) มหาวิทยาลัยทักษิณ
มหาวิทยาลัยทักษิณ l สงขลา  l  พัทลุง
  
 
 
เกี่ยวกับวิทยาลัยฯ
ประวัติความเป็นมา
ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ
แนวนโยบาย เป้าหมาย กรอบการดำเนินงาน
วิสัยทัศน์ พันธะกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์
 
ประวัติความเป็นมา กลับหน้าหลัก

         วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยทักษิณ ในการประชุมครั้งที่ 8/2549 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2549 และก่อตั้ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2550 ภายใต้ชื่อ วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ (Management for Development College, Thaksin University) มีชื่อย่อว่า TSU-MDC

          วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา เป็นส่วนงานวิชาการหนึ่งของมหาวิทยาลัยทักษิณ มีฐานะเทียบเท่าคณะ อยู่ภายใต้การกำกับของมหาวิทยาลัย โดยเป็นหน่วยงานหารายได้ที่พึ่งพางบประมาณจากรายได้ของตนเองทั้งหมด  

                   ปัจจุบันวิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนามีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานชั้นนำหลายแห่งของประเทศไทย อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน), กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และกระทรวงกลาโหม

                 วิทยาลัยได้กำหนดจุดยืนการพัฒนาของแผนยุทธศาสตร์วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา พ.ศ. 2559-2568 เป็นความมุ่งมั่นสำคัญที่วิทยาลัยจะนำมาเป็นประเด็นหลัก (Flag ship) ที่จะขับเคลื่อนด้วยกลวิธีของแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย 8 จุดยืน ดังต่อไปนี้

1. การเสริมสร้างความเชี่ยวชาญของ TSU-MDC ในการจัดการศึกษาด้านการจัดการภาครัฐและเอกชน รองรับการเสริมสร้างสันติสุข การพัฒนา การแข่งขัน การเติบโตและการกระจายอำนาจของประเทศ และการพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน ที่เป็นการจัดการศึกษาที่มีความโดดเด่น และเป็นเลิศในระดับประเทศและนานาชาติ ที่สมบูรณ์ในองค์ประกอบ 7 ด้าน คือ

1.1 การผลิตบัณฑิตคุณภาพตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย (มีความรับผิดชอบ รอบรู้ สู้งาน มีประสบการณ์เชิงปฏิบัติ สมบูรณ์ด้วยทักษะสากล) ที่เน้นการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรร่วมกับผู้ใช้บัณฑิต

1.2 มีศักยภาพในการจัดการศึกษาด้านการจัดการภาครัฐและเอกชนระดับนานาชาติที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นจากสังคมในระดับประเทศ และนานาชาติ

1.3 การเป็นแหล่งการจัดการศึกษาต่อเนื่องที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนากำลังคนด้านการจัดการภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับพื้นที่ ประเทศ และนานาชาติ

1.4 การเป็นแหล่งอ้างอิงและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเฉพาะในด้านการพัฒนาท้องถิ่น  การบริหารงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม การจัดการความมั่นคง และการจัดการความขัดแย้งเพื่อการเสริมสร้างสันติสุข

1.5 การเป็นแหล่งสร้างสรรค์ผลงานและการบริการทางการวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเฉพาะด้านรองรับปัญหา ความต้องการ และการชี้นำการพัฒนาท้องถิ่น ประเทศ

1.6 การเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านการจัดการภาครัฐและเอกชน ในมิติของ สหวิทยาการทางรัฐประศาสนศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ ที่โดดเด่นในศาสตร์การจัดการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น  การบริหารงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม การจัดการความมั่นคง และการจัดการความขัดแย้งเพื่อการเสริมสร้างสันติสุข

1.7 การมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองทางการเงินได้

2. การสร้างสรรค์ และพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเนื่องในด้านการจัดการภาครัฐและเอกชน รองรับการสร้างสันติสุข สังคมแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาในท้องถิ่น ประเทศ  พร้อมการออกแบบและพัฒนาสาขาวิชาการศึกษาต่อเนื่องในรูปแบบการศึกษานานาชาติรองรับการกระจายอำนาจของประเทศ การก้าวสู่ประชาคมอาเซียน และการเชื่อมโยงกับประชาคมโลก โดยการศึกษาต่อเนื่องของ TSU-MDC จะเน้นความโดดเด่นของรูปแบบการจัดการ ศึกษาต่อเนื่อง 4 ด้าน คือการเรียนรู้ในห้องเรียนโดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Class room learning) การฝึกปฏิบัติเพื่อสร้างความชำนาญ (Practice learning) การเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางอยู่ที่ไหนก็เรียนรู้ได้ (e-Learning) และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-learning)

3. การผลิตผลงานทางวิชาการ องค์ความรู้ นวัตกรรม ด้านการจัดการภาครัฐและเอกชนเพื่อการรองรับความต้องการของท้องถิ่น ประเทศ และประชาคมอาเซียน พร้อมชี้นำการพัฒนาสังคม และมีผลงานในเวทีวิชาการในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง และสามารถจัดการให้องค์ความรู้ นวัตกรรม สร้างคุณค่าแก่สังคม มูลค่าแก่มหาวิทยาลัย และองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

4. การสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ทางการจัดการเพื่อการพัฒนา และการบริหารจัดการผู้เชี่ยวชาญเพื่อการจัดการการศึกษาในระบบปริญญาและการศึกษาต่อเนื่องด้านการจัดการภาครัฐและเอกชนที่มีคุณภาพ มีคณาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญที่หลากลาย
ทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ ให้ร่วมจัดการเรียนการสอน และร่วมให้คำปรึกษาทางวิชาการ มุ่งสร้างคุณภาพและความน่าเชื่อถือ และใช้ประโยชน์จากจุดแข็งทางด้านการมีผู้เชี่ยวชาญเพื่อการขยายโอกาสทางการพัฒนาการจัดการศึกษาและการบริการทางวิชาการรองรับประชาคมอาเซียน และการแข่งขันทางวิชาการในระดับประเทศ และนานาชาติ

5. การเสริมสร้างความพร้อมของTSU-MDC สู่องค์กรแห่งอนาคตที่อัจฉริยะ (TSU-MDC Intelligent) ที่มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในการจัดการศึกษาต่อเนื่อง
การบริการวิชาการ เป็นระบบที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศด้วยความสะดวก รวดเร็ว และกว้างขวาง และมีความเป็นสากล เป็นคลังความรู้ด้านการจัดการภาครัฐและเอกชนเพื่อรองรับการสนับสนุนวิชาการและการบริการทางความรู้ที่สามารถความต้องการของท้องถิ่น และการพัฒนาของประเทศและอาเซียน

6. ต่อยอดความร่วมมือกับเครือข่ายทางวิชาการที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์ คุณค่า และมูลค่าร่วมระหว่างกัน และแสวงหาความร่วมมือใหม่จากเครือข่ายทั้งในและระหว่างประเทศ และสร้างระบบการบริหารจัดการเครือข่ายเพื่อพัฒนาให้เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ร่วมเพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการที่มีความเข้มแข็ง และเกิดพลังการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงจากการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

7. การเสริมสร้างความพร้อม และความเข้มแข็งสู่การเป็นหน่วยงานที่มีระบบการบริหารจัดการทางการตลาด การบริการวิชาการ และการให้คำปรึกษาทางวิชาการที่สามารถก่อให้เกิดรายได้ที่เป็นหน่วยสร้างรายได้และสามารถสร้างรายได้แก่มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง (Business Unit) มีระบบการบริหารจัดการเชิงธุรกิจที่รับใช้สังคมทางปัญญาที่เป็นมืออาชีพ มีธรรมาภิบาลให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคมในระดับท้องถิ่น ประเทศ และสามารถพึ่งพาตนเองได้สูง

8. การปฏิรูประบบการบริหารจัดการและระบบงานภายในให้มีความคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อน และอุปสรรคต่อการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยง การประสานงานกับมหาวิทยาลัย   มุ่งปรับรูปลักษณ์องค์กรใหม่ให้นำสมัย โดยการพัฒนาระบบการบริการทั้งภายใน และภายนอก ให้มีความเป็นมืออาชีพ มีระบบการสื่อสารองค์กร ผลิตภัณฑ์และการบริการสู่สังคม พร้อมสื่อสารความเชี่ยวชาญทางวิชาการที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะในประชาคมอาเซียน และให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรแห่งความสุข โดยมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศในการทำงาน การปรับวัฒนธรรมและค่านิยมร่วม และการพัฒนาศักยภาพการนำองค์กรโดยการนำเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน